Image default
พื้นฐานฟอเร็กซ์

Pinbar แท่งเทียนยุทธศาสตร์ในการเข้า เทรดฟอเรกซ์

เมื่อพูดถึงการ เทรดฟอเรกซ์ ความรู้ทางเทคนิคอล (Technical) จัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่นักเทรดควรรู้ ซึ่งมีหลายแขนง หนึ่งในนั้นก็คือ ความรู้เกี่ยวกับเรื่องกราฟแท่งเทียน (candlestick) อันที่จริงแล้วความรู้แท่งเทียนถือเป็นความรู้พื้นฐานของ ผู้เล่นหุ้น ซึ่งใช้ค่อนข้างได้ผลดีอย่างมาก ความแม่นยำสูง และด้วยกราฟราคาตลาดหุ้น และกราฟราคาของตลาดฟอเรกซ์มีความเหมือนกันอย่างมาก ความรู้เรื่องกราฟแท่งเทียนจึงเป็นศาสตร์หนึ่งที่นำมาประยุกต์ใช้ในการเข้าเทรดในตลาดฟอเรกซ์

                แต่ทว่าหากลองสังเกตแล้ว การนำความรู้เกี่ยวกับแท่งเทียนมาปรับใช้โดยตรงในตลาดฟอเรกซ์ ค่อนข้างทำได้ยาก หรือได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเพราะตลาดฟอเรกซ์มีความผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นอย่างมาก เงินทุนการซื้อขายก็มากกว่าในตลาดหุ้นเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่กราฟสามารถเคลื่อนที่แกว่งไปได้มาก โดยไม่มีมาตรการควบคุมหยุดการซื้อขายชั่วคราว (circuit breaker) เหมือนในตลาดหุ้น  ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้การนำความรู้เรื่องแท่งเทียนมาใช้  โดยเฉพาะหากใช้เพียงความรู้นี้อย่างเดียวโอกาสทำกำไรนั้นยิ่งยากขึ้นมาก อาจกล่าวได้ว่า รูปแบบกราฟแท่งเทียนมีผลต่อตลาดฟอเรกซ์น้อยมาก หากมิใช่เป็นจุดที่มีนัยยะอย่างแท้จริง เช่น แนวรับหรือแนวต้านในกรอบเทรนไลน์ แต่ทั้งนี้รูปแบบกราฟแท่งเทียนจุดมีนัยยะสำคัญเหล่านั้นก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก และยังสามารถถูกทำลายโดยง่ายเช่นกัน

                อย่างไรก็ตาม ในตลาดฟอเรกซ์ กราฟแท่งเทียนรูปแบบหนึ่งที่มักปรากฏและมีความน่าเชื่อถืออย่างมากคือ กราฟแท่งเทียนแบบ pinbar คือกราฟแท่งเทียนแสดงถึงการกลับตัวของราคา ลักษณะแท่งเทียนจะเป็นลักษณะมีไส้เทียนค่อนข้างยาว ยิ่งยาวยิ่งดี แต่มีตัวเนื้อเทียนเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีไส้เทียนส่วนหัวเกินยื่นออกไป ยิ่งถือเป็นสัญญาณกลับตัวชัดมากขึ้น เพราะแสดงถึงการโต้กลับของราคาโดยสมบูรณ์ โดยไม่มีการย้อนกลับ ส่วนตัวเนื้อแท่งเทียนในส่วนหัวจะเป็นสีอะไรก็ได้

                การเข้าเทรดทำกำไร โดยใช้เทคนิคแท่งเทียนแบบ pinbar จะได้ผลดีต่อเมื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมือ Fibonacci retracement ซึ่งคือเครื่องมือวัดระยะพักฐาน พร้อมทั้งบอกระยะที่ราคาจะไปถึง (projectile) ซึ่งสัมพันธ์กับทฤษฎีอีเลียตเวฟ (Elliot wave) ซึ่งตามทฤษฎีอีเลียตเวฟเชื่อว่า การเคลื่อนที่ของราคาต้องประกอบด้วยคลื่นส่ง (impulse wave) และคลื่นพักตัว (corrective wave) โดยคลื่นขาขึ้นประกอบด้วย 5 คลื่นย่อย ขึ้น 3 คลื่น  ลง 2 คลื่น โดยคลื่นขาขึ้นหากเป็นคลื่นที่ 3 ซึ่งเป็นคลื่นยาวสุด คลื่นจะต้องมีความยาวขยายไม่น้อยกว่า 161.8% ดังในภาพทะยานไปถึงบริเวณ 200% ส่วนคลื่นพักตัวประกอบด้วย 3 คลื่นย่อย ลง 2 ขึ้น 1 การพักตัวของราคามักไปพักที่บริเวณ 38.2%, 50.0% และ 61.8%  ดังนั้นเมื่อราคากราฟไปถึงบริเวณราคาดังกล่าว แล้วเกิดกราฟแท่งเทียน ย่อมมีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัว หากเกิดในระยะพักฐาน จะบ่งบอกว่าการพักฐานของราคาเสร็จสิ้นแล้ว สามารถเปิด ออเดอร์ buy ซึ่งแทบจะเป็นจุดต่ำสุดได้ ขณะเดียวกันหากเกิดที่ราคาขยายตัวไปถึงแล้ว เช่นตามในภาพ 200% แสดงว่าจบสิ้นในเวฟนั้นแล้ว ควรออกจากตลาด เป็นต้น

                การ เทรดฟอเรกซ์ โดยใช้เทคนิค pinbar เป็นเพียงวิธีส่วนหนึ่งในการช่วยให้เข้าเทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามด้วยกราฟในตลาดฟอเรกซ์มีความผันผวนสูงซึ่งอาจไม่เป็นตามเงื่อนไขดังกล่าว ดังนั้นการเข้าออเดอร์เทรดแต่ละครั้ง จึงควรตั้ง stop loss ไว้เสมอไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

Related posts

วิธีที่จะชนะในตลาดการเงิน

admin

การซื้อขายฟอเร็กซ์สำหรับทุกคนหรือไม่

admin

เหตุใดจึงต้องมีที่ปรึกษาเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการซื้อขายForex (FX)

admin

Leave a Comment